ทามาก็อตจิ ของเล่นที่ครองใจทั้งเด็กยุคใหม่และวัยใสยุค 90

ได้เวลาฟักไข่
ทามาก็อตจิฟักออกมาเป็นตัวเป็นตนได้จากความร่วมมือ 3 ส่วนใหญ่ ที่ประกอบด้วยคน 2 คนอย่างอากิ ไมตะ (Aki Maita) กับอากิฮิโระ โยโกอิ (Akihiro Yokoi) และอีก 1 บริษัทผู้ผลิตของเล่นยักษ์ใหญ่อย่าง Bandai ที่กำลังประสบความสำเร็จในต่างแดนอย่างมาก ไอเดียแรกเริ่มเกิดขึ้นหลังจากที่โยโกอิได้ดูโฆษณาในโทรทัศน์ที่มีเนื้อหากล่าวถึงลูกที่โดนแม่ดุเพียงเพราะอยากพาเต่าของตนไปทะเลด้วย จนทำให้เกิดคำถามในใจว่าจะดีแค่ไหนกันหากเราสามารถพกสัตว์เลี้ยงไปทุกที่ได้ ผนวกกับอีกเรื่องราวของไมตะ ที่ต้องการจะสร้างอุปกรณ์ที่จะช่วยให้ผู้คนเข้าใจถึงความรู้สึกของการได้ดูแลสัตว์เลี้ยง จากความขมขื่นในวัยเด็กของตัวเองที่อยากจะเลี้ยงสัตว์แต่ไม่ได้รับอนุญาต 

ความร่วมมือที่เกิดขึ้นนี้เองทำให้ในที่สุดทามาก็อตจิก็ได้ฟักตัวออกมาให้ชาวโลกได้ยลโฉม แม้จะมีทฤษฎีมากมายพูดถึงที่มาของชื่อ “ทามาก็อตจิ” (Tamagotchi) บ้างว่า เป็นการผสมคำญี่ปุ่นระหว่าง Tomodachi (เพื่อน) กับ Tamago (ไข่) และบ้างก็ว่าช่วงท้ายของคำนั้นมาจากคำว่า Uotchi ในความหมายของการดูแล แต่แท้จริงแล้ว คำว่าทามาก็อตจินั้นมาจากคำว่า Tamago และ Uotchi ที่แปลความหมายว่านาฬิกา ตามรูปแบบดีไซน์แรกที่โยโกอิคิดเอาไว้ต่างหาก ทามาก็อตจิวางขายในตลาดครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 1996 โดยมีดีไซน์เป็นรูปไข่ พร้อมกับปุ่มกดเพียง 3 ปุ่มที่จะใช้คุมเกมทั้งเครื่องและสายคล้องให้มีลักษณะเหมือนพวงกุญแจ โดยก่อนหน้าที่จะวางขายก็ได้ทำการแจกจ่ายให้หนุ่มสาวในย่านชิบูย่ากว่า 200 คนได้ทดลองเล่นและศึกษาปฏิกิริยาของผู้เล่นอีกด้วย

กล่องของทามาก็อตจิรุ่นแรกที่วางจำหน่ายปี 1996 นั้นระบุไว้ว่า “ทามาก็อตจิคือสัตว์เลี้ยงจากไซเบอร์สเปซ ที่ต้องการความรักจากคุณในการอยู่รอดและเติบโต ถ้าคุณดูแลทามาก็อตจิของคุณดี มันก็จะค่อย ๆ เติบโตขึ้น สุขภาพดีขึ้นและสวยขึ้นในทุก ๆ วัน แต่หากคุณละเลยสัตว์ไซเบอร์ตัวเล็กของคุณแล้ว ทามาก็อตจิของคุณก็อาจจะโตมาดุร้ายหรือน่าเกลียดได้” ด้วยวงจรชีวิตประมาณ 12-20 วันนี้เอง ชีวิตทั้งหมดของทามาก็อตจิจึงอยู่ในมือของเจ้าของ 100% และเจ้าของจะต้องคอยฟังเสียง “บี๊บ” ที่เกิดขึ้นเพื่อคอยเช็กดูว่าสัตว์เลี้ยงของเราต้องการอะไรในช่วงการเติบโตบ้าง อาจจะเป็นการป้อนข้าว อาบน้ำ ทำความสะอาดห้อง รวมถึงการเล่นและการสอนสั่งจนกว่าจะถึงเวลาที่ต้องแยกจากกันชั่วนิรันดร์ 

ตัวของทามาก็อตจิเองยังสร้างตำนานบทใหม่ไว้ให้แก่วงการเกมหลากหลายอย่าง อาทิ การเป็นผู้บุกเบิกรูปแบบของเกมที่จะมีชีวิตในโลกของมันต่อไปไม่มีหยุดชั่วคราวแม้ในขณะที่ผู้เล่นจะกดปิดเครื่อง ซึ่งนับเป็นเรื่องที่แปลกใหม่มากในยุคนั้น หรือการเป็นหนึ่งในเกมแรก ๆ ที่เบลอเส้นแบ่งระหว่างโลกดิจิทัลกับโลกของความจริง ในรูปแบบของความเป็นจริงเสมือน (virtual reality) ระลอกแรก ที่สำคัญที่สุดคือการเป็นหนึ่งในวิดีโอเกมแรก ๆ อีกเช่นกันที่มีการตลาดเจาะจงสำหรับเด็กผู้หญิงโดยเฉพาะ 

Adam Crowley ศาสตราจาย์ ณ มหาวิทยาลัยฮัสสัน เล่าถึงแผงวางขายเกมในสมัยนั้นว่า ในขณะที่คอนโซลต่าง ๆ วางอยู่บนชั้นสำหรับเด็กผู้ชาย แต่ทามาก็อตจิกลับเข้ามาเพื่อสวนกระแสและท้าทายความเป็นชายที่ท่วมท้นวงการวิดีโอเกมในยุคนั้น “ทามาก็อตจิได้เตรียมการเพื่อเข้าถึงกลุ่มคนผู้ซึ่งถูกละเลยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาในอุตสาหรรมวิดีโอเกม” เขากล่าว อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ก็สะท้อนให้เห็นภาพสังคมในสมัยนั้นที่ยังคงผลิตซ้ำภาพจำเรื่องของบทบาททางเพศ ราวกับว่าผู้หญิงจะสามารถเล่นวิดีโอเกมได้ก็ต่อเมื่อสวมบทบาทเป็นผู้ดูแลเท่านั้น นอกจากนี้แล้วความผูกพันระหว่างเจ้าของกับสัตว์เลี้ยงไซเบอร์ยังทำให้เกิดปรากฏการณ์ใหม่อย่าง “Tamagotchi Effect” ซึ่งหมายถึงพัฒนาการความผูกพันทางอารมณ์ที่มนุษย์มีต่อเครื่องจักร หุ่นยนต์ หรือซอฟต์แวร์อื่น ๆ อีกด้วย

สู่กระแสตอบรับที่เกินคาด
หลังจากทามาก็อตจิวางขายในตลาดญี่ปุ่นประมาณครึ่งปี เจ้าเครื่องเล่นนี้ก็ได้โบยบินไปอยู่บนแผงเกมในสหรัฐอเมริกาและยุโรป และได้ครองใจคนทุกเพศทุกวัยอย่างที่ไม่เคยคาดคิด “หลังจากทามาก็อตจิเปิดตัวในปี 1996 มันก็ไม่ได้เป็นเพียงของเล่นแฟชั่น แต่มันคือปรากฏการณ์ทางสังคม” โนบุฮิโกะ โมโมอิ (Nobuhiko Momoi) กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของทามาก็อตจิกล่าว 

ในช่วงครึ่งปีแรกของการวางขายในตลาดญี่ปุ่น ทามาก็อตจิมียอดขายกว่า 5 ล้านชิ้น และฮ็อตหนักถึงขั้นเคยมีการเข้าคิวรอซื้อข้ามคืนกันมาแล้ว ในขณะที่ยอดขายรวมจนถึงปี 2021 นั้นก็ทะลุ 83 ล้านชิ้นไปแล้ว บริษัทผู้ผลิตอย่าง Bandai ให้ความเห็นเกี่ยวกับปัจจัยแห่งความสำเร็จนี้ว่า เนื่องจากเกมนี้ดึงดูดสัญชาตญาณการเลี้ยงดูของมนุษย์ ซึ่งในที่นี้ก็คือการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงดิจิทัล และการคอยเฝ้าดูพัฒนาการ การเติบโต รวมถึงระวังไม่ให้มันตาย สิ่งนี้เองที่ทำให้เด็ก ๆ รู้สึกถึงการมีความรับผิดชอบและพวกเขาก็ยอมรับมันด้วยความกระตือรือร้นอย่างที่สุด อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จนี้ก็อาจเกี่ยวข้องกับราคาที่ไม่แพงเท่าเครื่องเล่นอื่น ๆ ในสมัยนั้นด้วย

ถึงกระนั้นความฮิตอย่างกว้างขวางนี้ก็อาจมีบางมิติที่เป็นปัญหา เพราะความหลงใหลผูกพันระหว่างเจ้าของกับสัตว์เลี้ยงดิจิทัลแสนรัก รวมถึงความต่อเนื่องของตัวเกมส่งผลให้เด็ก ๆ หลายคนไม่อาจละสายตาไปจากทามาก็อตจิได้แม้กระทั่งในเวลาเรียนหรือมื้อเย็นก็ตาม จนนิตยสารข่าว Germany’s Spiegel เรียกสิ่งนี้ว่าเป็นการโจมตีทางดิจิทัลต่อจิตวิญญาณของหนุ่มสาวเลยทีเดียว ในบางครั้งทามาก็อตจิจึงกลายเป็นสิ่งต้องห้ามในคลาสเรียน กลายมาเป็นภาระของพ่อแม่และความรับผิดชอบของครูที่ต้องแบกรับความเสี่ยงไม่ให้สัตว์เลี้ยงของเด็ก ๆ ต้องเกมโอเวอร์ไปในตอนท้ายของวัน จนขนาดที่ว่ามีอาชีพใหม่ ๆ อย่างการรับจ้างเลี้ยงทามาก็อตจิเกิดขึ้นในยุคนั้นเลยทีเดียว 

ทามาก็อตจิยังได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องราวของ ‘การจากลา’ ที่อาจเป็นประสบการณ์เกี่ยวกับความตายแรก ๆ ของผู้เล่นที่เป็นเด็ก โดยเฉพาะเมื่อความตายนั้นไม่ได้เกิดจากอายุขัย แต่เป็นเพราะความละเลยของเจ้าของ และอารมณ์ที่กระทบจิตใจเด็ก ๆ เหล่านี้ไม่เป็นที่อภิรมย์สำหรับผู้ปกครองนัก ภาพตอนจบของทามาก็อตจิที่ขายในสหรัฐอเมริกาจึงมีการปรับให้ “หวานแหวว” มากขึ้น โดยเปลี่ยนจากภาพหลุมฝังศพที่ปรากฏบนจอหลังจากสัตว์เลี้ยงดิจิทัลตาย มาเป็นเทวดาแห่งความตาย ไม่ก็ UFO ตัวน้อยแสนน่ารักที่มาเพื่อรับเจ้าทามาก็อตจิกลับดาวเคราะห์บ้านเกิด การจากลาครั้งนี้ยังมีการสร้างอนุสรณ์รำลึกทั้งแบบออนไซต์และออนไลน์ อย่างเช่น ในปี 1996 ที่สุสานสัตว์เลี้ยงที่พอนท์สมิลล์ได้เปิดพื้นที่เฉพาะสำหรับการฝังสัตว์เลี้ยงอิเล็กทรอนิกส์เป็นที่แรก และได้กระแสตอบรับล้นหลามจากทั่วโลก ทั้งจากสวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี ฝรั่งเศส แคนาดา และสหรัฐอเมริกา

ไม่เคยหายไป 
แม้กระแสของทามาก็อตจิจะเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้งด้วยการเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี และความโหยหาชีวิตในอดีตจากสถานการณ์โรคระบาด แต่ก็ไม่อาจเรียกได้ว่านี่คือการกลับมาที่แท้จริง เพราะสำหรับกลุ่มคนที่เป็นแฟนพันธุ์แท้อย่างเหนียวแน่นนั้นแล้ว ทามาก็อตจิไม่เคยหายไปจากแผงสินค้า จากใจ หรือจากชีวิตของพวกเขาเลย ชมรมคนรักทามาก็อตจิอย่าง Tamatalk ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ตลอด และมีสมาชิกกว่า 96,000 คนแล้ว เด็กหลายคนที่เติบโตมากับของเล่นอันจิ๋วนี้ยังได้เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีทุนทรัพย์มากพอสำหรับงานอดิเรกอีกรูปแบบหนึ่ง นั่นคือการสะสมทามาก็อตจิรูปแบบต่าง ๆ ราเชล ลิว (Rachel Liew) หนึ่งในนักสะสมทามาก็อตจิกว่า 100 เครื่องยังมองเห็นโอกาสที่ไกลกว่านั้น เธอได้เปิดเว็บไซต์สำหรับให้มือใหม่ได้เข้ามาโหลดคู่มือศึกษาการเล่นทามาก็อตจิ และได้เปิดจำหน่ายเคสใส่ทามาก็อตจิลายน่ารัก ๆ ที่เธอถักเองควบคู่กันไป รวมถึงสินค้าอื่น ๆ ที่ใช้ประดับตกแต่งอุปกรณ์จิ๋วของตนเองให้ไม่เหมือนใครเช่นกัน

แต่กระแสที่คงอยู่ได้ก็ไม่ได้มาจากฝั่งสาวกทางเดียว เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Bandai เองก็ได้มีการปล่อยทามาก็อตจิรุ่นใหม่ ๆ ออกมาเรื่อย ๆ รวมถึงมีการคอลแล็บกับตัวการ์ตูนอื่น ๆ เช่น โปเกม่อนหรือซานริโอ้ เป็นต้น ตัวเกมยังพัฒนาฟีเจอร์และรูปลักษณ์ใหม่ ๆ หลากหน้าหลายตา จนเด็ก ๆ ยุค 90 อาจต้องประหลาดใจ ทั้งการเปลี่ยนจอจากพิกเซลขาวดำเป็นสีสันสดใส หรือการเชื่อมต่อให้สัตว์เลี้ยงไซเบอร์ของตนเองและเพื่อนได้มีโอกาสเจอะเจอกัน รวมถึงการสร้างแอปฯให้เราสามารถเลี้ยงสัตว์ไซเบอร์ได้ในโทรศัพท์มือถือของเราอีกด้วย 

2 รุ่นใหม่ ไฉไลกว่าเดิม
Tamagotchi Pix – ทามาก็อตจิรุ่นใหม่ที่ทำมาเพื่อเจาะตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะ มีจุดเด่นนอกจากเกมและตัวละครทามาก็อตจิที่เพิ่มขึ้นคือตัวอุปกรณ์ที่ทันสมัยมากขึ้น เช่น ปุ่มทัชสกรีน และมีกล้องถ่ายรูป เพื่อให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงได้เก็บภาพความทรงจำระหว่างตนเองกับทามาก็อตจิอย่างจุใจก่อนจะต้องส่งน้องกลับดาว

Tamagotchi Smart – ทามาก็อตจิรุ่นฉลองครบรอบ 25 ปี หวนคืนสู่รูปแบบไอเดียแรกเริ่มที่จะสร้างอุปกรณ์ที่มีลักษณะเหมือนนาฬิกา เพื่อให้แน่ใจว่าเหล่าผู้เลี้ยงจะไม่ปล่อยทามาก็อตจิไว้ลำพัง หน้าจอของทามาก็อตจิสมาร์ตยังเป็นแบบทัชสกรีน ใช้ลูบหัวแตะตัวน้องได้ทุกเวลา และยังสามารถใช้คำสั่งเสียงพูดคุยกับสัตว์เลี้ยงได้ เพิ่มความสนิทสนมแนบแน่นมาพร้อมกับอุปกรณ์เสริมอย่าง “TamaSma Card” อุปกรณ์คล้ายแฟลชไดร์ฟที่นำพาฟีเจอร์สนุก ๆ เพิ่มเติมทั้งไอเท็ม ของตกแต่ง เกม ตัวละคร และฉากหลังสวย ๆ เข้ามาสู่ทามาก็อตจิของเราเพียงแค่เสียบและดาวน์โหลด

รู้จัก “PlanToys” แบรนด์ของเล่นจากไม้ยางพาราที่ให้เด็กๆ เล่นสนุกได้แบบรักษ์โลก

นับเป็นเวลา 40 ปีแล้วที่ แปลนทอยส์ (PlanToys) แบรนด์ของเล่นไม้ฝีมือคนไทยได้เริ่มลงมือผลิตของเล่นชิ้นแรกขึ้นใต้แนวคิดที่แตกต่างจากแบรนด์ของเล่นทั่วไป ณ เวลานั้น คือการผลิตของเล่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Eco-friendly) ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้และเล่นสนุกได้โดยไม่เบียดเบียนธรรมชาติ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ PlanToys เป็นมากกว่าแบรนด์ของเล่นทั่วไป “เล่นแบบรักษ์โลก”หากเปรียบเป็นตัวบุคคล ปีนี้ PlanToys เป็นผู้ใหญ่ใจดีที่ผ่านประสบการณ์มาแล้วมากมาย ย้อนกลับไปในปี...
Read More

ปลุกความเป็นเด็กใน ‘Toy Story 4’

กลับมาสร้างความประทับใจกันอีกครั้ง สำหรับภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง"Toy Story 4" กับการผจญภัยครั้งใหม่แกะกล่องของ "วู้ดดี้", "บัซ" และผองเพื่อนที่จะพาคุณกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง แม้ภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องนี้จะจับกลุ่มผู้ชมครอบครัวและเด็กเป็นหลัก แต่ความสำเร็จทั้ง 3 ภาคที่ผ่านมานั้น ต้องบอกว่า "Toy Story" ได้จับกลุ่มผู้ชมมากมายทั่วโลก ที่ผ่านมาต้องบอกว่าเรื่องราวได้ดำเนินมาจนถึงจุดสิ้นสุดระหว่างความผูกพันของ "วู้ดดี้" และ "แอนดี้"...
Read More

Toys “R” Us อาณาจักรของเล่นสำหรับเด็กทุกช่วงวัย

ขายของเล่น แต่ทอยส์ "อาร์" อัส (Toys "R" Us) คืออาณาจักรแห่งการเรียนรู้กึ่งสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดสำหรับเด็กๆ ทุกช่วงวัย อัส (Toys "R" Us) ร้านขายของเล่นในสหรัฐอเมริกา มีสาขาตั้งอยู่ในยุโรป เอเชีย โอเชียเนีย แอฟริกาและแคนาดา ทั้งในแบบแฟรนไชส์และไลเซนส์ ร้านสาขาใหญ่ในนครนิวยอร์กที่ตั้งอยู่บริเวณไทม์สแควร์...
Read More

พาย้อนวัยเที่ยวพิพิธภัณฑ์ของเล่น Tooney Toy

พิพิธภัณฑ์ของเล่น Tooney Toy Museum อยู่ใกล้บ้านแม่เตยมากกก​ เรียกได้ว่าผ่านเกือบทุกวันพึ่งมีโอกาสได้พาเด็กๆมาวิ่งเล่น​ นอกจากเป็นพิพิธภัณฑ์​รวบรวมของเล่นแล้วด้านในจะมีคาเฟ่​ และมินิสนามเด็กเล่น​ มุมถ่ายรูปเยอะ​ ถูกใจแม่แน่นอน ในส่วนของพิพิธภัณฑ์​ จะเปิดเฉพาะ​ เสาร​์อาทิตย์​ ก่อนไปยังไงเช็คก่อนนะคะ ชอบใจถูกใจโพสต์​ อย่าลืมกด like กด share ให้เพจแม่ไปไหนหนูไปด้วย​...
Read More

กลับจากล้มละลาย! Toys “R” Us คัมแบ็กยิ่งใหญ่ เปิดตัวปูพรมในห้าง Macy’s กว่า 400 สาขา

หลังจากยื่นขอล้มละลายไปเมื่อปี 2018 ล่าสุด Toys “R” Us แบรนด์ของเล่นขวัญใจเด็ก ๆ ก็ได้ฤกษ์หวนคืนสมรภูมิค้าปลีกของสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ โดยทางค่ายเตรียมเปิดตัวแบบปูพรมในห้าง Macy’s กว่า 400 สาขา ด้านห้าง Macy’s ก็ตอบรับกับการจับมือดังกล่าวด้วยการโชว์ยอดขายสินค้าหมวดของเล่นว่าเติบโตขึ้น 15 เท่าในไตรมาส 1...
Read More

Art Toy คืออะไรกันแน่ !?

Art toy คืออะไร มาจากไหน ? อาร์ตทอย หรือ ดีไซน์ทอย (Design Toy/ Designer Toy) ฝั่งเอเชียจะนิยมเรียกว่า “อาร์ตทอย” ฝั่งตะวันตกจะนิยมเรียกว่า “ดีไซน์เนอร์ทอย” แต่นิยามทั้งสองนั้นมีความหมายคล้ายคลึงกันคือ “ของเล่นที่ศิลปินเป็นผู้ออกแบบและผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพื่อจำหน่ายหรือส่งมอบให้กับผู้อื่น” อาร์ตทอย นั้นได้ถือกําเนิดในช่วง...
Read More

Toys R Us กลับมาแล้ว จะเริ่มเปิดขายของเล่นในสหรัฐวันเสาร์นี้

หลังจากประสบภาวะล้มละลายตั้งแต่ปี 2017 ร้าน Toys R Us ร้านขายของเด็กเล่นชื่อดังที่เคยเป็นร้านขายของเด็กเล่นที่ใหญ่ที่สุดมีสาขามากที่สุดในโลก ก็กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง และจะเริ่มเปิดสาขาแรกในวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2019 นี้ (ตามเวลาในสหรัฐ) ร้าน Toys R Us ถาวรขนาดเล็ก 2...
Read More

ของเล่นเด็ก 5 ประเภท เลือกของเล่นให้ลูก เลือกให้ถูก เล่นได้นาน

"ของเล่น" เป็นสื่อที่ช่วยกระตุ้นพัฒนาการของเด็ก ช่วยทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ และช่วยเรื่งความสนุกสนานอีกด้วย แต่อย่าเพิ่งซื้อของเล่นเด็กให้ลูก ของเล่นเด็ก 5 ประเภท เลือกของเล่นให้ลูก เลือกให้ถูก เล่นได้นานถ้าพ่อแม่ยังไม่รู้ว่าของเล่นเด็กมีกี่แบบและแบบไหนเหมาะกับลูกเรา นี่คือ 5 ประเภทของเล่นเด็กเสริมพัฒนาการที่พ่อแม่ต้องรู้ เลือกได้ถูก เล่นได้นาน ไม่เปลืองเงินซื้อของเล่นบ่อยๆ ประเภทของของเล่นเด็ก ของเล่นที่ให้เด็กได้ออกแรง (Active...
Read More

สู่จักรวาล Toy Story อันไกลโพ้น! ที่มา 8 ของเล่นจากอนิเมชั่นที่หลายคนหลงรัก

Toy Story ถือว่าเป็นภาพยนตร์อนิเมชั่นคอมพิวเตอร์กราฟิกที่เดินทางมาอย่างยาวนาน เพราะถ้านับช่วงเวลาตั้งแต่ภาค 1 ออกฉายจนถึงปีค.ศ. 2019 ภาพยนตร์ชุดนี้ก็มีอายุอานาม 24 ปีแล้ว แถมในปีนี้ก็จะมีภาค 4 ออกมาให้ติดตามกันอีก โดยเรื่องราวของ Toy Story 4 นั้นเล่าถึง Woody, Buzz...
Read More

ลูกสาว-ลูกชาย เลือกของเล่นอย่างไรดี

การเล่น เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นพัฒนาการเด็ก ตั้งแต่เด็กเริ่มใช้มือหยิบจับสิ่งของ หรือเริ่มมีปฏิกิริยาโต้ตอบกับสิ่งรอบตัว การเล่นกับลูก จะช่วยเสริมสร้างทักษะและจินตนาการของลูกได้ พ่อแม่สามารถเล่นกับลูกได้ เช่น ชวนลูกเล่นวิ่งไล่จับ ซ่อนหา พาไปสนามเด็กเล่น ฯลฯ การซื้อของเล่นให้ลูก ก็ช่วยฝึกพัฒนาการ ความคิดสร้างสรรค์ กระตุ้นประสาทสัมผัส ได้เช่นกัน ของเล่นที่ดี ควรปลอดภัยจากสารพิษ ทนทาน...
Read More