โดเรมอน

วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2512 เป็นวันที่เริ่มต้นพิมพ์หนังสือการ์ตูนเรื่อง “Doraemon” ในประเทศญี่ปุ่น โดยจินตนาการของนักเขียนชาวญี่ปุ่นสองคน ที่ใช้นามปากการ่วมกัน ว่า ฟูจิโกะ ฟุจิโอะ โดยตัวการ์ตูนจะเป็นเรื่องราวของหุ่นยนต์ในโลกอนาคต ศตวรรษที่ 22 ซึ่งจินตนาการให้เป็นแมวตัวกลมๆ มีความสามารถพิเศษ และกระเป๋าวิเศษที่บรรจุของมากมาย จุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือเด็กผู้ชาย ที่ขี้แย ไม่เอาไหน คนนึง และสอดแทรกคติธรรมเข้าไป

ทำให้การ์ตูนเรื่องนี้ได้รับความนิยมอย่างมากชื่อโดราเอมอน มาจากคำว่า…โดราเนโกะ แปลว่า แมวหลงทาง เอมอน เป็นคำเรียกต่อท้ายชื่อของเด็กชายในสมัยก่อน โดราเอมอน เกิดขึ้นโดยความบังเอิญในขณะที่ 2 นักเขียนการ์ตูนชื่อฮิโรชิ ฟูจิโมโต และโมโตโอะ อาบิโกะขณะที่กำลังจินตนาการ สร้างการ์ตูนตัวใหม่ด้วยความลำบาก และกดดัน เนื่องจากเหลือเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงจะถึงกำหนดส่งต้นฉบับ บังเอิญเหลือบเห็นตุ๊กตาของลูกสาว ทำให้นึกต่อไปถึงตุ๊กตา แมว ล้มลุก และกลายเป็นโดราเอมอนในที่สุดการ์ตูนเรื่องโดเรม่อน มีจุดเด่นในเรื่องของจินตนาการ สิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ในโลกอนาคต ที่ผู้อ่านทั่วไปคาดไม่ถึง จากปลายปากกาของ อ. ทั้งสอง ที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมทั้งสอดแทรกศิลปะวัฒนธรรมของญี่ปุ่นเข้าไปในตัวการ์ตูน แบ่งลักษณะนิสัยของคนออกมาในแต่คาแร็คเตอร์ได้อย่างลงตัว เหมือนกับนำเอาชีวิตจริงของผู้อ่านเข้าไปเกี่ยวข้องกับการ์ตูนด้วย ดังนั้นการ์ตูนเรื่องนี้จึงเป็นที่นิยม อ่านได้ทุกเพศทุกวัย จนทำให้มีการพิมพ์การ์ตูนเรื่องนี้มากมาย สามารถขายได้ถึง 100 ล้านเล่มใน ญี่ปุ่น และแปลเป็นภาษาต่างๆ ทั่วโลก ถึง 9 ภาษา รวมทั้งภาษาไทยอีกด้วย นอกจากการ์ตูนแล้ว โดเรม่อน ถูกสร้างออกมาเป็นภาพยนต์ทางจอเงิน และจอแก้วมากมายหลายตอน โดยฉายครั้งแรกที่ฮ่องกง เมื่อปี พ.ศ. 2524 และฉายที่ประเทศไทยเราครั้งแรก วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2525
ของวิเศษที่โดเรม่อนใช้บ่อยๆ

คอปเตอร์ไม้ไผ่ 
คัปเตอร์ ไม้ไผ่ ทำจากไม้ไผ่ ชื่อภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “Take (ไม้ไผ่) Koputa (คัปเตอร์) ” เมื่อจะใช้ก็นำไปวางไว้บนหัวจะทำให้สามารถบินได้ เป็นเครื่องมือที่โนบิตะและโดราเอม่อนใช้เกือบทุกตอนเพราะใช้งานง่ายและไม่ ค่อยมีอันตราย สามารถบินได้ในระยะทาง 600 กม. และความเร็วประมาณ 80 กม.ต่อชม. เช่นสามารถใช้บินจากโตเกียวถึงโอซาก้าในเวลาประมาณครึ่งชม. 
ประตูสารพัดสถานที่ 
หาก เปิดประตูนี้ออกแล้วพูดชื่อว่าจะไปที่ไหนประตูก็จะเปิดออกไปยังสถานที่นั่น ทันที ประตูเป็นประตูไม้ในแบบโบราณ เป็นเครื่องมือที่สะดวกสบายที่สุด ของวิเศษชิ้นนี้ถูกใช้บ่อยๆ ทำให้เราได้เห็นสถานที่ต่างๆ ในการ์ตูนได้มากมายหลายที่ ตามจินตนาการไฟฉายย่อส่วนรูป ร่าง และวิธีใช้คล้าย ๆ กับไฟฉายทั่ว ๆ ไป ใช้สำน หรับย่อสิ่งของหรือขยายสิ่งของให้ใหญ่หรือเล็กก็ได้ มีประโยชน์มาก และโดเรม่อนก็นำมาใช้บ่อยๆ อีกด้วย 
ไทม์แมชชีน เครื่องทาม์แม็ค ชีนเป็นพาหนะที่สามารถใช้เดินทางย้อนเวลาไปอดีต หรือ เดินทางข้ามเวลาไปสู่อนาคตได้ โดยทางเข้าและทางออกจะอยู่ในลิ้นชักโต๊ะในห้องนอนของโนบิตะ โดราเอม่อนและเพื่อนๆ สามารถใช้เดินทางไปอนาคตได้ แต่ว่าเครื่องนี้ก็ไปส่งผิดที่ผิดเวลาบ่อย ๆ

เทเลทับบีส์

ซีรีส์สำหรับเด็ก ๆ ของมนุษย์ต่างดาว โดยมีเป้าหมายผู้ชมอยู่ที่ผู้ชมวัยก่อนเข้าเรียน ออกอากาศ ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 1997 ถึง 16 กุมภาพันธ์ 2001 ผลิตรายการโดยผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ แร็กดอลล์ โปรดักชัน แอนน์ วูด และแอนดรูว์ ดาเวนพอร์ท ซึ่งเป็นคนเขียนบทให้เทเลทับบีส์ทั้งหมด 365 ตอน เทเลทับบีส์ออกอากาศผ่านสถานีโทรทัศน์ ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 1998 ถึง 15 มิถุนายน 2005 และฉายซ้ำจนถึงวันที่ 29 สิงหาคม 2008 หลังจากนั้นก็ถูกดึงออกจากตารางกการออกอากาศ จนกระทั่งปี 2002 ฝ่ายการผลิตได้ออกมาประกาศยกเลิกการผลิตและจะไม่มีตอนใหม่ ๆ ถูกผลิตขึ้นมมาอีกแล้ว โดยตอนสุดท้ายออกอากาศเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2001 เทเลทับบีส์ได้รับรางวัลบาฟต้า จากสถานีโทรทัศน์ BBC ในกลุ่มรายการสำหรับเด็กเล็ก โดยมีตัวละครหลักคือ ทิงกีวิงกี (ม่วง), ดิปซี (เขียว), ลาล่า (เหลือง) และโพ (แดง)

เทเลทับบีส์ทั้งสี่สีเล่นอย่างครื้นเครงและสนุกสนานในเทเลทับบีแลนด์ (Teletubbyland) พวกเขาทำในสิ่งที่เด็กเล็กอยากจะทำ เช่นกลิ้งไปมาบนพื้น, หัวเราะ, วิ่งไปรอบๆ และดูเด็กมนุษย์บนโทรทัศน์ที่หน้าท้อง กังหันลมลึกลับและโทรศัพท์ก็มักจะปรากฏออกมาจากทุ่งหญ้าเพื่อบ่งถึงกิจกรรมในแต่ละวัน พระอาทิตย์ที่มีหน้าเด็กทารก มักจะทำเสียงทารกระหว่างรายการ และจะขึ้นและตกในช่วงเปิดและปิดรายการ

ปัจจุบัน สถานที่ใช้ถ่ายทำรายการ โดยสมมติว่าเป็นบ้านของเทเลทับบีส์ทั้ง 4 ได้ถูกรื้อถอนเพื่อสร้างเป็นบ้านพักของมารีโอ บาโลเตลลี นักฟุตบอลชาวอิตาเลียน ในสังกัดลิเวอร์พูล

ส่วนการออกอากาศในประเทศไทย เริ่มออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกเป็นสถานีแรก เมื่อช่วงปี พ.ศ. 2542 หลังจากนั้นได้ถูกนำมาออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 โดยออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 06.30 – 07.00 น. หลังรายการธรรมะวันอาทิตย์ เริ่มออกอากาศเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2547 จนถึงวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2548 หลังจากนั้นก็ได้นำมาออกอากาศทางช่อง 9 เอ็มคอตเอชดี ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 07.00 – 07.30 น. ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 จนถึงช่วงกลางปี พ.ศ. 2558

วันพีซ

        วันพีซ  หนึ่งในการ์ตูนญี่ปุ่นที่โด่งดังที่สุดของโลก จุดเด่นของเรื่องนี้อยู่ที่การวาดได้สร้างสรรค์เกี่ยวกับความฝันซึ่งต้องการผจญภัยพร้อมกับเพื่อนกับสหายและเหล่ามิตรแท้ในวัยเด็กของหลาย ๆ คนได้อย่างมีเสน่ห์ โดยวันพีช เป็นเรื่องในยุคของโจรสลัดและฝ่ายทหารเรือ เพื่อค้นหา สมบัติที่เรียกว่า “วันพีซ”

ชื่ออังกฤษ      OnePiece

ชื่อญี่ปุ่น          ワンピ-ス

ชื่อไทย           วันพีซ

ผู้แต่ง              เออิจิโร่ โอดะ

กำเนิดเมื่อ      4 สิงหาคม พ.ศ. 2540 – ปัจจุบัน

        วันพีซ  หนึ่งในการ์ตูนญี่ปุ่นที่โด่งดังที่สุดของโลก จุดเด่นของเรื่องนี้อยู่ที่การวาดได้สร้างสรรค์เกี่ยวกับความฝันซึ่งต้องการผจญภัยพร้อมกับเพื่อนกับสหายและเหล่ามิตรแท้ในวัยเด็กของหลาย ๆ คนได้อย่างมีเสน่ห์ โดยวันพีช เป็นเรื่องในยุคของโจรสลัดและฝ่ายทหารเรือ เพื่อค้นหา สมบัติที่เรียกว่า “วันพีซ” โดยผู้ที่มีวันพีซอยู่นั้นคือเจ้าแห่งโจรสลัด โดยผู้ที่เคยครอบครองวันพีซนั้นมีอยู่คนเดียวตามที่เปิดเผยมาคือ เจ้าแห่งโจรสลัด โกลด์ ดี โรเจอร์ ซึ่งในระหว่างการผจญภัยในเรื่องนี้ ลูฟี่ (ตัวละครหลัก) ต้องเจออุปสรรคในการพิสูจน์เพื่อนแท้ มากมาย รวมทั้งได้เรียนรู้เรื่องราวและตำนานของบุคคลต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในเนื้อเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น กองทัพเรือของรัฐบาลโลก เจ็ดเทพโจรสลัด สี่จักรพรรค์ เมืองแห่งทะเลทราย โนแลนด์จอมโกหก และเกาะแห่งท้องฟ้าในตำนาน มหาอาณาจักรแห่งน้ำวอเตอร์เซเว่น รวมทั้งเกาะในตำนานเกาะเงือก  และในตอนนี้เรื่องราวกำลังเข้มข้นเรื่อย จากจิตนาการของผู้เขียนสู่กระดาษมากมายกลายเป็นเล่ม บรรยายสู่ความรู้สึกที่มีมายมายหลายอารมณ์ ให้ท่านทั้งหลายได้ผักผ่อนกัน แล้วคุณจะรู้ว่าลูกผู้ชายก็เสียน้ำตาใด้จากเรื่องนี้เอง …..”วันพีช”

ตัวเอกของเรื่อง มีนิสัยรักสนุกชอบผจญภัย เป็นชายที่ใส่หมวกฟางติดตัวตลอด เนื่องจากสมัยเด็กถูกปู่เลี้ยงแบบผิดๆ คือ ปล่อยตกหน้าผา ทิ้งในป่า หรือผูดติดลูกโป่งให้ลอยขึ้นฟ้าจนทำให้ลูฟี่มีนิสัยเป็นพวกบ้าระห่ำ จากนั้นพอการ์ฟกลับไปทำงานเป็นทหารเรือ แชงคูสที่เป็นกัปตันกลุ่มโจรสลัดผมแดงก็มาตั้งฐานชั่วคราว ลูฟี่ได้เจอกับแชงคูส(ผมแดง) กับพยายามขอเป็นลูกเรือ แต่ถูกปฏิเสธมาหลายที กับถูกแชงคูสชักนำให้ก้าวเข้าสู่วิถีทางแห่งโจรสลัด กับสนิทกันพอสนิทกันได้ 1 ปี ลูฟี่ขอเป็นโจรสลัดด้วยการเอามีดแทงหน้าจนล้มเหลวกับได้แผลเป็นมา

ค่าหัวปัจจุบัน 500,000,000 เบรี (อดีตค่าหัว 400,000,000 เบรี / 300,000,000 เบรี / 100,000,000 เบรี และ 30,000,000 เบรี)

ถิ่นกำเนิด อีสท์บลู เกาะรุ่งอรุณ อาณาจักรโกอา หมู่บ้านฟูซา

กัปตันกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง

ผลปีศาจ ผล โกมุ โกมุ ผลยาง สายพารามีเซีย มีร่างกายเป็นยางสามารถยืดขยายส่วนต่างๆของร่างกายได้แต่เมื่อยืดต้องหดกลับเหมือนเดิม                        

2.โรโรโนอา โซโล (Roronoa Zoro)

นักดาบผมเขียว ที่ใส่ต่างหูเป็นรูปดาบมี 3 อันที่หูซ้าย การแต่งตัวจะใส่ผ้าคาดเอวสีเขียวกับเสียบดาบ 3 เล่มไว้ที่เอวขวา กับมีผ้าคาดหน้าผากผูกไว้ที่แขนซ้ายเวลาต่อสู้เมื่อเอาจริงจะเอามาคาดที่หัว เป็นคนรักพวกพ้องยอมเสียสละตัวเอง กับสู้ไม่คิดชีวิต กับชำนาญเรื่องดาบที่สุดในกลุ่ม นิสัยเสียคือหลงทาง แบบทางง่ายๆ ยังหลงได้ กับมีความเร็วในการวิ่งมากโดยเร็วกว่าซันจิ แบบอยู่ในใจกลางเมืองแต่ออกจากเมืองในเวลาไม่ถึง 5 นาที คือหลงออกนอกเมือง แล้วกลับมาได้ทันที กับชอบนอนกลางวันแบบนอนไม่รู้จักเวลาขนาดตอนเฝ้าเรือยังนอน ไม่ก็ตอนเดินเรือสภาพอากาศแปรปรวนก็ยังหลับได้สบาย

ค่าหัวปัจจุบัน 320,000,000 เบรี (อดีตค่าหัว 120,000,000 เบรี / 60,000,000 เบรี)

ถิ่นกำเนิด อีสท์บลู หมู่บ้านชิโมสึกิ

นักดาบประจำเรือกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง

อดีตนักล่าค่าหัว

ผู้ใช้ฮาคิ ได้ 2 แบบคือ ฮาคิเกราะ และ ฮาคิสังเกต (ถนัดใช้ฮาคิเกราะมากกว่า)

ผู้ใช้วิชา 3 ดาบ

3.นามิ (Nami)

สาวสวยที่เป็นต้นหนของกลุ่มหมวกฟาง เป็นสาวผมสั้นสีส้ม โดยมีรอยสักของกลุ่มอารองที่แขนซ้ายต่อมาเป็นเป็นรูปกังหันลมผสมต้นส้ม ที่มีความรู้เรื่องการเดินเรือ สามารถรู้กับพยากรณ์สภาพอากาศได้เพียงแค่มองท้องฟ้า มีอาวุธคือกระบอง 3 ท่อน ที่ต่อเป็นกระบองยาว มีนิสัยเห็นแก่เงิน ยอมทำเพื่อเงิน แต่ไม่ใจร้ายถึงขนาดฆ่าคน โดยมีพรสวรรค์ทางด้านการวาดแผนที่เลียบแบบ กับวิ่งราวฉกของจากชาวบ้านได้

ค่าหัวปัจจุบัน 66,000,000 เบรี (อดีตค่าหัว 16,000,000 เบรี)

ถิ่นกำเนิด อีสท์บลู เกาะโคโนมิ หมู่บ้านโคโคยาชิ (เป็นสถานที่ๆนามิเติบโตมา เพราะนามิเป็นเด็กกำพร้าที่โนจิโกะเจอมาแล้วเบลเมลที่ไปเจอเข้าจึงเก็บทั้งคู่มาเลี้ยง)

ต้นหนประจำกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง

ผู้ใช้กระบอง

ฉายา แมวขโมย

4.อุซป (Usopp)

พลปืนของกลุ่มหมวกฟาง เป็นชายจมูกยาวที่มีนิสัยขี้ขลาด แต่เวลาจวนตัวแบบพวกพ้องโดนดูถูกจะสู้ไม่คิดชีวิต มีอาวุธคือยิงหนังสติกโดยกระสุนนั้นเป็นแบบดาวกระจายลูกหิน ลูกระเบิดกับอีกหลายอย่าง เน้นสู้แบบวางกับดัก กับโกหกหลอกศัตรู

ค่าหัวปัจจุบัน 200,000,000 เบรี (อดีตค่าหัว 30,000,000 เบรี)

ถิ่นกำเนิด อีสท์บลู เกาะเก็กโค หมู่บ้านไซรับ

พลซุ่มยิงประจำกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง

ผู้ใช้ อุปกรณ์ซุ่มยิงต่างๆ เช่น หนังสติ๊ก หน้าไม้ ปืนใหญ่ต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ

ฉายา จอมโกหก

5.ซันจิ (Sanji)

เชฟหัวผมบ๊อบผมสีทองของกลุ่มหมวกฟางแต่งตัวแบบใส่สูทดับเบิ้ลสีดำ กับผม้านหน้าปิดตาซ้าย เพราะมีคิ้วเป็นไม้ม้วนตวัดไปทางขวา ทั้ง 2 ข้าง กับสูบบุหรี่ประจำ กับสู้ด้วยลูกเตะต่างๆ โดยเจ้าตัวถือคติว่าจะไม่ใช้มือสู้ แต่ถ้าคู่ต่อสู้เป็นอาหารตนจะใช้มีดกับเครื่องครัวและมือเปล่าได้คล่องแคล่ว กับไม่เตะกับสู้ผู้หญิง เพราะได้รับการสั่งสอนจากเซฟ แต่เจ้าตัวก็ยอมปล่อยให้ผู้หญิงที่เป็นศัตรูถูกทำร้ายได้ กับมีนิสัยเสียคือลามก สนใจผู้หญิงสวยๆ ไปทั่ว ขนาดศัตรูยังไม่เว้น

ค่าหัวปัจจุบัน 177,000,000 เบรี มีข้อที่พิเศษมากๆในใบหมายจับปกติจะเป็น DEAD OR ALIVE แต่ของซันจิเป็น ALIVE ONLY นั่นคือต้องจับเป็นเท่านั้นจึงจะได้รับค่าหัว (อดีตค่าหัว 77,000,000 เบรี)

ถิ่นกำเนิด นอร์ทบลู (แต่ไปโตที่อีสท์บลู)

กุ๊กประจำกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง

ผู้ใช้ฮาคิ ได้ 2 แบบคือ ฮาคิเกราะ และ ฮาคิสังเกต (ถนัดใช้ฮาคิสังเกตมากกว่า)

ผู้ใช้เพลงเตะ และขาในการต่อสู้

ฉายา ขาดำ / 3

6.โทนี่ โทนี่ ช็อปเปอร์ (Tony Tony Chopper)

ค่าหัวปัจจุบัน 100 เบรี (อดีตค่าหัว 50 เบรี)

ถิ่นกำเนิด แกรนด์ไลน์ เกาะดรัม อาณาจักรดรัม

หมอประจำกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง

ฉายา ผู้ชื่นชอบสายไหม / เรนเดียร์จมูกสีน้ำเงิน / ทานุกิ (แรคคูน เพราะถูกเข้าใจผิด)

เรนเดียร์จมูกสีน้ำเงินที่ใส่กางเกง กับใส่หมวกสีชมพูที่มีเครื่องหมายกากบาาทสีขาวบนตัวหมวก กับใส่เป้ติดหลัง ส่วนเขาซ้ายแผ่นเหล็กผูกไว้เพราะเขาหักจึงผูกเพื่อต่อ โดยมีความรู้ทางการแพทย์ นิสัยเชื่อคนง่ายกับชอบซ่อนตัวแต่ว่าซ่อนกลับด้านมีคนเหห็นตัวเด่นชัด กับเวลาโดนชมจะเขินโดยเก็บอาการไม่ได้จะทำท่าเหมือนตาแก่ โดยเป็นหมอบนเรือหมวกฟาง กับฟังภาษาสัตว์รู้เรื่องเพราะตนป็นกวาง

7.นิโค โรบิน  (Nico Robin)

นักโบราณคดีสาวสวยของกลุ่มหมวกฟาง ที่สนใจเรื่องประวัติศาสตร์ กับมีความรู้ กับจับจุดคนเก่ง นิสัยชอบคิดในแง่ร้ายตลอด เน้นสู้แบบลอบฆ่าด้วยพลังของผลปีศาจคืองอกแขนขาไปล็อกตัวศัตรูเหมือนท่านักมวยปล้ำแล้วหักแขนขาหรือส่วนต่างๆ ให้ศัตรูพิการกับเป็นอัมพาต กับเป็นคนสุดท้ายบนโลกที่อ่านเขียนโพเนกลีฟได้

ค่าหัวปัจจุบัน 130,000,000 เบรี (อดีตค่าหัว 80,000,000 เบรี / 79,000,000 เบรี)

ถิ่นกำเนิด เวสต์บลู เกาะโอฮาร่า

นักโบราณคดีประจำกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง

ฉายา ทายาทปีศาจจากโอฮาร่า / เด็กปีศาจ / แสงสว่างแห่งกองทัพปฏิวัติ / โรบินแลนด์ (ชาวทอนตัตต้าเรีย

8.แฟรงกี้ (Franky)

ช่างซ่อมเรือของกลุ่มหมวกฟาง เป็นชายผมทรงรีเจนส์สีฟ้า กับแขนที่ใหญ่โตทั้ง 2 ข้างมีรอยสักรูปดาว โดยใส่เสื้อแบบฮาวาย กับนุ่งกางเกงใน โดยมีโซ่คล้องคอ เป็นไซบอร์กจากที่ดัดแปลงร่างตัวเอง มีพลังงานคือโคล่า 3 ขวด คือเมื่อเอาโคล่า 3 ขวดใส่ท้อง ท้องจะสูบพลังงาน แต่ถ้าทรงผมที่ตั้งห้อยลงแปลว่าพลังงานหมด ต้องเปลี่ยนโคล่าในท้องตลอด พลังจะเพิ่มมากกว่าเดิม ถ้าเกิดใส่น้ำอย่างอื่นเข้าไปจะเปลี่ยนบุคลิกตามไปกับอ่อนแอลง มีจุดอ่อนที่หลังเพราะส่วนหลังยังคงความเป็นมนุษย์ กับมีความสามารถในการสร้างอะไรได้เพราะเป็นช่างซ่อมเรือ กับมีความรู้เรื่องการเดินเรือ

ค่าหัวปัจจุบัน 94,000,000 เบรี (อดีตค่าหัว 44,000,000 เบรี)

ถิ่นกำเนิด เซาท์บลู (แต่มาโตในแกรนด์ไลน์ตั้งแต่ยังเล็กก่อนจะจำความได้)

ช่างซ่อมเรือประจำกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง

ฉายา ไซบอร์ก / แฟรงกี้โชกุน / BF 36 / BF 37 / BF 38

9.บรู๊ค (Brook)

โครงกระดูกที่ไว้ผมทรงแอฟโฟร่ใส่ชุดสูทสุภาพบุรุษ โดยพูดกับเดินได้เหมือนมนุษย์ กับมีดาบไม้เท้าเป็นอาวุธ เน้นสู้แบบดาบเดียวที่ฟันเหยื่อโดยเหยื่อยังไม่รู้ตัวว่าโดนฟัน กับโจมตีประสานระหว่างดาบกับไวโอลินได้ กับวิ่งเร็วเพราะตัวเบาเหลือแต่กระดูก จึงวิ่งบนน้ำได้ กับมีนิสัยลามกเหมือนซันจิชอขอดูกางเกงในผู้หญิง กับเวลาสัตว์ร้ายมากินตน ตนจะกลัวแต่สัตว์ร้ายนั้นทำหน้าเสียดายเพราะบรู๊คเป็กระดูกจึงไม่สนใจ บรู๊คจะโกรธเพราะเห็นว่าเป็นการหยามมาก กับชอบพูดถึงตัวเองเองมาว่าส่วนไหนตอนที่ยังมีชีวิต แต่ตนตายไม่แล้วเหลือแต่กระดูก กับเวลากระดูกบนตัวหักจะฟื้นตัวด้วยการดื่มนม

ค่าหัวปัจจุบัน 83,000,000 เบรี (อดีตค่าหัว 33,000,000 เบรี)

ถิ่นกำเนิด เวสต์บลู

นักดนตรีและนักดาบประจำกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง

ผู้ใช้วิชาดาบ 1 ดาบ อาวุธคู่กายคือดาบสองคม ประเภทชิโคมิสุเอะ เป็นไม้เท้าสีม่วงที่มีตัวดาบซ่อนอยู่ในไม้เท้า

ฉายา สุภาพบุรุษโครงกระดูก / นักดาบฮัมเพลง / ฮัมเพลงบรู๊ค (ฮัมมิ่งบรู๊ค) / ท่านซาตาน / โซลคิง

การ์ตูน เฮลโล คิตตี้ (Hello Kitty)

การ์ตูน เฮลโล คิตตี้ ( Hello Kitty ) ” เป็นตัวการ์ตูนลักษณะคล้ายแมวพันธุ์บ๊อบเทล เพศเมียสีขาว มีลักษณะเด่น คือ ผูกโบแดงที่หูซ้ายและไม่มีปาก ผลิตโดยบริษัทซานริโอ ของประเทศญี่ปุ่น ออกแบบโดยยูโกะ ชิมิซุ

ประวัติการ์ตูน เฮลโล คิตตี้

– Kitty มีชื่อจริงว่า คิตตี้ ไวท์”

– วันเกิดคิตตี้ เกิดเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2517 ในแถบชานกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

– อาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กซึ่งมีหลังคาสีแดงกับครอบครัว

– คิตตี้มีส่วนสูงเท่ากับแอปเปิ้ล 5 ผล และน้ำหนักเท่ากับแอปเปิ้ล 3 ผล

– เลือดกรุ๊ปเอ

– ชอบสีชมพู

– มีอุปนิสัยร่าเริง อบอุ่นและใจดี

– ด้านงานอดิเรก ชอบสะสมของเล็กของน้อย และทำขนมหวานเก่ง โดยมีเมนูโปรดเป็นของหวานอย่าง พายแอปเปิ้ลฝีมือแม่ ฮอตเค้ก และพุดดิ้ง

– นอกจากนั้น วิชาที่คิตตี้ชอบเรียนในโรงเรียน คือ ภาษาอังกฤษ ดนตรีและศิลปะ จึงมีความใฝ่ฝันจะเป็นนักเปียโนหรือกวี

– คิตตี้มีสัตว์เลี้ยงเป็นแมวพันธุ์เปอร์เซียชื่อ ชาร์มมี่ คิตตี้ (Charmmy Kitty) , หนูแฮมสเตอร์ชื่อ ชูการ์ (Sugar)

– คิตตี้มีฝาแฝดด้วย นั่นคือ มิมมี่ ไวท์ หรือก็คือตัวการ์ตูนที่รูปร่างหน้าตาเหมือนเธอ แต่ผูกโบสีเหลือง

– บ้านเธอยังมีแมวน้ำอาศัยอยู่ด้วยนะ

– และเป็นแฟนกับเพื่อนในวัยเด็กที่ชื่อ แดเนียล สตาร์

แรงบันดาลใจ ที่มาของ คิตตี้

สำหรับที่มาของชื่อ “เฮลโล คิตตี้” นั้น นางยูโกะ ชิมิซุ ผู้ออกแบบเผยว่า .. ได้แรงบันดาลใจจากนิยายชื่อดังของนักประพันธ์ ลีวิส แครอลล์ เรื่อง “Through The Looking Glass” ที่อลิซ ซึ่งเป็นตัวเอกของเรื่องนั้นเล่นกับแมวที่ชื่อ “คิตตี้” นอกจากนั้น นายชินทาโร่ ซูจิ ผู้ก่อตั้งบริษัทซานริโอระบุว่าปรัชญาในการทำงาน คือ ความต้องการจะสื่อสารกับสังคม จึงเป็นที่มาของการเติมคำว่า “เฮลโล” นำหน้า “คิตตี้”

นอกจากนั้น อีกหนึ่งจุดเด่นที่หลายคนมักถามถึง คือ ทำไมคิตตี้จึงไม่มีปาก ทางด้านโฆษกของซาน ริโอกล่าวว่า ตั้งใจที่จะทำเช่นนั้น เพราะง่ายต่อการที่คนมองแล้วจะสามารถรับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของคิตตี้ คนดูจึงมีอารมณ์ร่วมไปกับตัวการ์ตูนเองว่ากำลังมีความสุขหรือเศร้า

เฮลโล คิตตี้ เปิดตัวครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี พ.ศ.2517 เป็นกระเป๋าผ้าใบใส่เหรียญสตางค์ จากนั้นในปีพ.ศ.2519 จะไปโด่งดังในสหรัฐอเมริกา และกลายเป็นสัญลักษณ์ทางการค้าไปทั่วโลก โดยขยายสินค้าออกไปหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตา หรือเสื้อผ้าและเครื่องประดับ กระทั่งถึงเครื่องบินแอร์บัส เฮลโล คิตตี้ รุ่น เอ33-200

นอกจากนั้นยังถูกนำไปผลิตเป็นละครโทรทัศน์กว่า 30 ตอน ตั้งแต่ปีพ.ศ.2542-2554 และยังมีสวนสนุกในร่มที่สร้างขึ้นด้วยแนวคิดจากคิตตี้อย่าง “ซานริโอ พูโรแลนด์” และ “ฮาร์โมนีแลนด์” อีกด้วย

แม้กลุ่มเป้าหมายหลักของสินค้า “เฮลโล คิตตี้” จะเป็นเยาวชน แต่กลุ่มวัยรุ่นและผู้ใหญ่หันมาสนใจเฮลโล คิตตี้ ในฐานะสินค้าย้อนยุคมากขึ้น ซึ่งในปีพ.ศ.2551 บริษัทซานริโอระบุว่ามีสินค้าที่ใช้เฮลโล คิตตี้ เป็นสัญลักษณ์กว่า 50,000 รายการใน 60 ประเทศทั่วโลก และทำกำไรให้กับบริษัทราว 15,000 ล้านบาท

แต่คิตตี้ไม่ใช่แมว

ซึ่งเรื่องทาง Sanrio เผยว่าจริง ๆ เป็น เด็กผู้หญิง โดยเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2557 เว็บไซต์เดลี่เมลของอังกฤษ รายงานว่า จากการให้สัมภาษณ์ของคริสติน ยาโนะ หัวหน้าผู้ดูแลงานนิทรรศการ เฮลโล คิตตี้ (Hello Kitty) ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติญี่ปุ่น-สหรัฐอเมริกา ในนครลอสแอนเจลิส ระบุว่า บริษัทซานริโอเอง มองว่าตัวการ์ตูน เฮลโล คิตตี้ (Hello Kitty) เป็นมนุษย์เด็กผู้หญิง ไม่ใช่แมวอย่างที่ทุกคนเข้าใจกัน

โดยคริสติน ยาโนะ กล่าวว่า หนึ่งในเรื่องที่ซานริโอตั้งใจจะเขียนสคริปต์มา เพื่อปรับความเข้าใจของผู้ชมในนิทรรศการนี้ คือ เฮลโล คิตตี้ (Hello Kitty) ไม่ใช่แมว เธอเป็นตัวการ์ตูนเด็กผู้หญิงชาวอังกฤษที่อาศัยอยู่ชานกรุงลอนดอน เธอมีชื่อจริงว่า คิตตี้ ไวท์ เรียนอยู่ ป.3 เธอเป็นเพื่อน แต่เธอไม่ใช่แมว ไม่เคยมีการนำเสนอว่าเธอเองเดินด้วยขา 4 ขา เธอยืนและนั่งเหมือนกับมนุษย์ที่มี 2 ขา และเธอก็เลี้ยงแมวเอาไว้เองด้วย แมวตัวนั้นมีชื่อว่า ชาร์มมี่ คิตตี้ นอกจากนี้เธอยังมีฝาแฝดด้วย นั่นคือ มิมมี่ ไวท์ และที่บ้านของเธอก็ยังมีแมวน้ำอาศัยอยู่หลังบ้านด้วย

ซึ่งเรื่องนี้ทำเอาเหล่าแฟนการ์ตูนซานริโอ ตะลึงไปตามๆ กัน และกลายมาเป็นกระแสบนโซเชียลมีเดีอยู่พักหนึ่ง

… แต่ถึงอย่างไร เราก็ยังคิดเสมอว่า คิตตี้คือแมว และเราก็ยังรักเธออยู่เสมอมา KISS KISS

“เจ้าขุนทอง” รายการทีวียอดนิยมของเด็กยุค 90

ถ้าพูดถึงรายการทีวีสำหรับเด็ก ที่ทำให้วัยรุ่นยุค 90 ต้องตื่นขึ้นมาดูทุกเช้าก่อนไปโรงเรียน ก็คงจะต้องยกให้กับรายการ เจ้าขุนทอง ที่ฉายทางช่อง 7 ออกฉายคร้้งแรกในปี 2534 ซึ่งรายการเป็นรายการตุ๊กตาหุ่นมือ ที่ไม่เพียงแต่ให้ความสนุกกับผู้ชมเพียงอย่างเดียว แต่ว่ายังให้ทั้งความรู้ด้านภาษาไทย จริยธรรม รวมไปถึงสอนเรื่องวัฒนธรรมของไทยเรา ผสมผสานกับตัวของรายการได้อย่างลงตัว

ซึ่งแต่ละช่วงของรายการนั้นก็มีเหล่าตัวละครต่างๆ ที่หมุนเวียนกันมาเพื่อให้ความสุขและความสนุกกับผู้ชม ไม่ว่าจะเป็น ขุนทอง, ป้าไก่, ขอนลอย, ฉงน, ฉงาย, ลุงมะตูม และอื่นๆ อีกมากมาย ถึงแม้ว่ารายการ เจ้าขุนทองจะจบไปแล้ว แต่เชื่อว่าความสุขที่ได้ดูยังคงอยู่ในใจของเด็กยุค 90 เสมอ

โดยในครั้งนี้เราก็เลยนำภาพของ หุ่นจาก เจ้าขุนทอง มาให้เพื่อนๆ ได้ย้อนความหลังกัน จะมีตัวอะไร ชื่ออะไรบ้าง เรามารับชมไปพร้อมๆ กันเลย

หุ่นจาก เจ้าขุนทอง

ขุนทอง

หางดาบ

ฉงน

ขอนลอย

เป็ดน้อย

น้าด๊อง

หนูเหยิน

หมาป่า

ป้าไก่

มะตูม

ย่น

Sesame Street การ์ตูนสอนภาษาอังกฤษ สุดน่ารัก

เชื่อว่าทุกบ้านย่อมอยากให้ลูกของเราใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว การดูรายการโทรทัศน์ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยสร้างทักษะทางด้านภาษาให้กับลูกของเรา รายการ Sesame Street (เซซามี สตรีท) เป็นอีกหนึ่งรายการสำหรับเด็กที่ส่งตรงมาจาก ประเทศสหรัฐอเมริกา เรามาทำความรู้จักกับเซซามี สตรีท ให้มากขึ้นกันค่ะ

Sesame Street เป็นรายการโทรทัศน์สำหรับเด็กก่อนวัยเรียน ที่มีตัวละครหลักเป็นหุ่นเชิดทั้งหมด ด้วยคาร์แรกเตอร์ที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี ทำให้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง เช่น Big Bird นกยักษ์สีเหลือง, Cookie monster สัตว์ประหลาดสีน้ำเงินที่ชอบกินคุกกี้, Elmo ที่มาพร้อมกับขนปุกปุยสีแดง

โดยการ์ตูนจะเน้นการเตรียมความพร้อมให้กับเด็กๆ ในวัยก่อนเข้าโรงเรียน ซึ่ง Sesame Street นั้นได้มีการวิจัยในส่วนของเนื้อหาที่ให้ความสำคัญไปที่เด็กในวัยที่สนใจการรับสื่อ และเพราะเป็นรายการที่ออกอากาศมาอย่างยาวนาน ทำให้มีการพัฒนาวิจัย ปรับปรุง คุณภาพของรายการอยู่เสมอ เนื้อหาที่ Sesame Street นำเสนอจะมีหลากหลายประเภทสลับกันไป ยกตัวอย่างเช่น การให้ความรู้เกี่ยวกับตัวเลข, ตัวอักษร, ส่วนต่างๆ ของร่างกาย, ภาษาอังกฤษ รวมไปถึงนิสัยส่วนตัวต่างๆ อย่างการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่, การมีน้ำใจ, นิสัยรักในการอ่านหนังสือ แสวงหาความรู้

มีผลการวิจัยที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Sesame Street โดยพบว่า เด็กกลุ่มที่ดูเซซามี สตรีทนั้นจะมีพัฒนาการที่ก้าวหน้ามาก หากวัดจากผลคะแนนสอบ ไม่ว่าจะเป็นในด้าน ความรู้เกี่ยวกับตัวอักษร ตัวเลข ชื่อของส่วนต่างๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะกับตัวอักษรภาษาอังกฤษจะเห็นได้ชัดมากที่สุด เพราะเป็นหัวข้อที่เซซามี สตรีทให้ความสำคัญมาก

โดยบอกได้ว่า Sesame Street ไม่ใช่เพียงรายการโทรทัศนศ์ธรรมดาๆ แต่ยังเป็นรายการที่ทำให้เด็กๆ ได้รับความสนุกสนานและมีประโยชน์ต่ออนาคตของเด็กๆ ในหลากหลายมิติ ทั้งทักษะทางด้านการเรียน อารมณ์ รวมไปถึงการใช้ชีวิตให้มีความสุขในสังคม

ถึงแม้ว่าการดูรายการโทรทัศน์จะส่งผลดีต่อพัฒนาการของเด็ก แต่ก็ต้องมีการจำกัดเวลาในการรับชม สำหรับเด็กอายุ 1-3 ขวบ ควรให้ดูรายการทีวีไม่เกินวันละ 2 ชั่วโมง เพราะหากมากเกินกว่านี้ จะส่งผลต่อพัฒนาการในหลายๆ ด้าน นำมาสู่ปัญหาอีกมากมายในอนาคตค่ะ

ตุ๊กตาบาร์บี้ Barbie

ตุ๊กตาบาร์บี้ (อังกฤษ: Barbie) เป็นตุ๊กตาจำลองรูปคน ส่วนมากมักจะเป็นเด็กผู้หญิง หญิงสาวหรือไม่ก็เป็นเจ้าหญิง เน้นเรื่องการแต่งตัวตามแฟชั่น สัดส่วนของตุ๊กตาจะจำลองจากขนาดของคนจริงๆ ที่ย่อขนาดลงมา 6 เท่าแต่ความสูงนั้นจะอยู่ที่ 11.5 นิ้วโดยประมาณ ผลิตโดย บริษัท แมทเทล เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม ค.ศ. 1959 (พ.ศ. 2502) จากการรังสรรค์ของรูธ แฮนด์เลอร์ นักธุรกิจสาวชาวอเมริกัน

ประวัติ

แฮนเลอร์ ได้รับแรงบันดาลใจที่จะประดิษฐ์ตุ๊กตาบาร์บี้ หลังจากเธอสังเกตเห็นว่า บาร์บาร่า ลูกสาวของเธอชอบเล่นตุ๊กตากระดาษ และชอบให้ตุ๊กตาเหล่านั้นทำสิ่งต่างๆ เหมือนที่ผู้ใหญ่ทำ รูธจึงเริ่มความคิดที่จะสร้างตุ๊กตาสาวที่มีรูปร่างเป็นผู้ใหญ่ แต่ในตอนแรกคนรอบกายของเธอไม่เห็นด้วย

ต่อมา เมื่อแฮนเลอร์มีโอกาสได้เดินทางไปท่องเที่ยวในยุโรปในปี 1956 เธอก็ไปสะดุดตากับตุ๊กตา “ไบล์ด ลิลลี” ของเยอรมนี (ตุ๊กตารูปหญิงสาววัยทำงานที่วางจำหน่ายครั้งแรกในเยอรมนีปี 1955 โดยเป้าหมายทางการตลาดในตอนแรกต้องการ เจาะกลุ่มผู้ใหญ่ แต่กลับได้รับความนิยมในหมู่เด็กๆ มากกว่า) ซึ่งวางขายอยู่ในร้าน ขายของของสวิตเซอร์แลนด์และได้ซื้อกลับบ้านมา 3 ตัว โดยที่ตัวหนึ่งในลูกสาวส่วนที่ เหลือนำมาเป็นต้นแบบในการผลิตตุ๊กตาบาร์บี้

จากนั้น แฮนเลอร์ก็ได้ดัดแปลงเปลี่ยนโฉมตุ๊กตาลิลลีใหม่หมด พร้อมกับตั้ง ชื่อให้ว่า “บาร์บี้” ตามชื่อของลูกสาวเธอ หรือในชื่อเต็มว่า บาร์บี้ มิลลิเซ็น โรเบิร์ท (Barbie Millicent Roberts) ด้วยความช่วยเหลือของแจ๊ค ไรอัน (Jack Ryan) และนำตุ๊กตาที่ตั้งชื่อว่า “Barbie” นำไปออกแสดงในงาน American International Toy Fair ที่มหานครนิวยอร์ก ในวันที่ 9 มีนาคม 2502 (ความจริงบาร์บี้เป็นสาวราศีสิงห์) ซึ่งถือเป็นวันเกิดอย่างเป็นทางการของบาร์บี้มาจนถึงปัจจุบัน

บริษัท แมทเทล อิงค์ คือ ผู้ได้รับสิทธิในการผลิตบาร์บี้ โดยบาร์บี้รุ่นแรกมาในชุดว่ายน้ำลายทางขาวดำแบบม้าลาย ผมสีบลอนด์ยาวตรงและมีผมหน้าม้า เป็นตัวแทนของแฟชั่นวัยรุ่น เสื้อผ้าทุกชุดออกแบบโดยดีไซเนอร์ของแมทเทล เมื่อวางตลาดในปีแรกมียอดขายสูงกว่า 350,000 ตัว ถึงวันนี้ประมาณการว่ามีบาร์บี้กว่า 1,000 ล้านตัวที่วางขายใน 150 ประเทศทั่วโลก และแล้วเรื่องราวของบาร์บีก็ถูกแต่งขึ้นเพื่อส่งเสริมการขายสาวน้อยผู้นี้มีชื่อจริงว่าบาร์บี้ มิลลิเซ็นต์ โรเบิร์ตส์ เป็นบุตรสาวของ นางมาร์กาเรต โรเบิร์ตส์ (Mrs.Mageret Roberts) และ นายจอช โรเบิร์ตส์ (Mr.Josh Roberts) เกิดที่ “Willow, Wisconsin ประเทศสหรัฐอเมริกา ต่อมาแม็ทเทลก็ส่งครอบครัวและเพื่อนๆมาเพิ่มบทบาทไม่ให้บาร์บีต้องโดดเดี่ยว เริ่มต้นด้วย เคน (เค็น คาร์สัน) แฟนหนุ่ม และครอบครัวของเธออันได้แก่น้องสาว 3 คน ชื่อว่า สกิปเปอร์ สเตซี และเชลซี (ชื่อเดิมคือ เคลลี) พร้อมทั้งเพื่อนสนิทอย่างมิดจ์ในปี ค.ศ. 1963 นอกจากนั้นบาร์บียังได้เข้าเรียนในระดับไฮสคูลที่โรงเรียนวิลโลวส์ในเมือง

Teddy bear

หมีเท็ดดี้ (อังกฤษ: Teddy bear) คือ ตุ๊กตาหรือของเล่นรูปหมีสำหรับเด็ก ซึ่งมักเป็นของขวัญโดยแฝงนัยให้เด็กมีความอดทน และเข้มแข็ง โดยเฉพาะสำหรับเด็กที่กำลังเจ็บป่วย ไม่สบาย ในปัจจุบันมีการจัดจำหน่ายเป็นคอลเล็กชั่นของหมีเท็ดดี้ และมักมีราคาแพง พิพิธภัณฑ์หมีเท็ดดี้แห่งแรกของโลกตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1984 ณ เมืองแฮมเชียร์ แคว้นอังกฤษ สหราชอาณาจักร

ชื่อของหมีเท็ดดี้ถูกตั้งโดยได้แรงบันดาลใจจากเรื่องราวของ ธีโอดอร์ รูสเวลต์ (ชื่อเล่นคือ “เท็ดดี้”) ซึ่งขณะนั้นเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา และชอบการล่าสัตว์มาก เรื่องเกิดขึ้นเมื่อรูสเวลท์ออกล่าสัตว์ที่มิสซิสซิปปีในปี ค.ศ. 1902 โดยขณะนั้นมีจุดประสงค์เพื่อล่าหมีดำพันธ์หลุยส์เซียน่า ในการล่าสัตว์ครั้งนั้นกลุ่มผู้ติดตามของ “เท็ดดี้”สามารถจับลูกหมีดำพันธุ์หลุยส์เซียน่าได้ตัวหนึ่ง และได้นำไปให้เท็ดดี้ อย่างไรก็ตามเท็ดดี้ได้ปฏิเสธที่จะฆ่าหมีที่น่าสงสารตัวนั้น และกล่าวว่า”นี่ไม่ใช่สิ่งที่นักกีฬาเขาทำกัน” จากเหตุการณ์นั้นทำให้ลูกหมีตัวนั้นถูกเรียกว่า “หมีของเท็ดดี้” (Teddy’s Bear) และนักวาดการ์ตูนชื่อ คลิฟฟอร์ด แบร์รีแมน แห่งหนังสือพิมพ์ วอชิงตันโพสต์ ได้นำภาพการ์ตูนนี้ลงตีพิมพ์ในวันต่อมา ซึ่งก็คือวันที่ 16 พฤศจิกายน ค.ศ. 1902

อนึ่ง ในประเทศอังกฤษ ใครที่มีชื่อว่าเท็ดดี้ มักจะถูกล้อเลียนว่าเป็นหมีเช่นเท็ดดี้ เชอริ่งแฮม อดีตผู้เล่นในฟุตบอลทีมชาติอังกฤษของ สโมสรฟุตบอลทอตแนมฮอตสเปอร์ และแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ก็มักถูกนักข่าวเรียกว่าเป็น “น้าหมี” เป็นต้น

บ้านหมีเท็ดดี้ หรือเรียกสั้น ๆ ว่า บ้านหมี (Teddy House) หมายถึงร้านค้าที่ขายคอลเล็กชั่นหมีเท็ดดีอย่างเป็นทางการ นอกจากจะขายหมีเท็ดดีแล้ว ยังขายเสื้อผ้าสำหรับหมีเท็ดดี้อีกด้วย

บ้านหมีในประเทศไทย

ปัจจุบันในประเทศไทยมีอยู่สองแห่ง คือที่ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลลาดพร้าว และเซ็นทรัลชิดลม ทั้งสองแห่งตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร ขณะนี้ความนิยมตุ๊กตาหมีในประเทศไทยมีมากขึ้น จึงมีผู้หันมาทำธุรกิจเกี่ยวกับตุ๊กตาหมี ซึ่งมีเว็บไซต์ที่เปิดจำหน่ายสินค้าตุ๊กตาหมีเพิ่มขึ้นหลายแห่ง และมีผู้ประกอบการอิสระที่จำหน่ายตุ๊กตาหมีโดยเฉพาะ ที่ไม่ได้มีแต่ในห้างสรรพสินค้าเท่านั้น ของขวัญรับปริญญาที่เป็นตุ๊กตาหมีก็เป็นที่นิยม นอกเหนือจากการให้ช่อดอกไม้

หนังสือผ้าเสริมพัฒนาการให้ลูกน้อย

การฝึกให้ลูกน้อยรักการอ่านนับว่ามีประโยชน์ในระยะยาวในหลายๆด้านเลยนะคะ นอกจากจะช่วยให้ลูกน้อยเป็นคนรอบรู้ รักที่จะค้นคว้าหาความรู้แล้วยังเป็นการให้อาวุธทางปัญญาที่ยอดเยี่ยมที่สุดอีกด้วยค่ะ แต่คุณพ่อคุณแม่ทราบไหมคะว่าเราสามารถฝึกให้ลูกน้อยรักการอ่านได้ตั้งแต่วัยเบบี๋เลยนะคะ โดยเริ่มจากหนังสือผ้าสำหรับทารก หนังสือผ้าติดเตียง ขยับไปไปแฟลชการ์ด จนหนังสือทั่วไปได้เลย

วันนี้หนึ่งมีเหตุผลดีๆว่าทำไมเราจึงควรซื้อหนังสือผ้าเตรียมให้ลูกน้อยเสียตั้งแต่วันนี้ และหนังสือผ้ามีประโยชน์ยังไงมาฝากกันค่ะ

1. หนังสือผ้ามีสีสันสดใสช่วยกระตุ้นสายตา หนังสือผ้าสำหรับเด็กถูกออกแบบมาให้ใช้ได้ตั้งแต่วัยเบบี๋เลยทีเดียวทั้งรูปแบบหนังสือผ้าปกติ หนังสือสำหรับติดเปลลูกน้อย ซึ่งจะถูกออกแบบมาให้มีสีสันสดใส สะดุดตา เพื่อช่วยกระตุ้นให้ลูกน้อยมองดูสีสันต่างๆช่วยกระตุ้นประสาทตา การแยกสีของลูกน้อยให้ดีขึ้นอีกด้วยค่ะ

2.หนังสือผ้าไม่ฉีกขาดง่าย เหมาะสำหรับพัฒนาการกล้ามเนื้อมือเบบี๋ หนังสือผ้าจะดีกว่าหนังสือกระดาษ คือ ไม่ฉีกขาดง่าย สามารถโดนน้ำได้
เหมาะสำหรับน้องตั้งแต่วัยแบเบาะเลยค่ะ เพราะน้องวัยนี้จะไม่ชอบดูภาพอย่างเดียวนะซิคะ แต่จะใช้กล้ามเนื้อเกือบจะทุกส่วนเลยทีเดียว ทั้งเอาเข้าปาก กำ ขยำ ขยี้กันสุดๆเลย แต่ทั้งหมดก็เพื่อพัฒนาการความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมือน้อยๆของลูกนั่นเองคะ

3.หนังสือผ้าสำหรับเด็กปลอดภัยไม่เป็นอันตรายสำหรับเด็ก หนังสือผ้าที่ผลิตมาสำหรับเด็กโดยเฉพาะ จะใช้วัสดุที่ไม่เป็นอันตรายสำหรับเด็กรวมทั้งผ้าและสีสันที่ใช้ เพราะแน่นอนว่านอกจากหนูๆจะเอาเข้าปากแล้ว สีต้องไม่เป็นอันตราย ยังต้องดูตรงส่วนอื่นๆด้วยเช่นมุมที่แหลมคม เป็นต้น ซึ่งสินค้าเด็กที่ผ่านมาตรฐานจะถูกออกแบบมาให้ปลอดภัยสำหรับเด็กอยู่แล้วค่ะ แต่ถึงจะปลอดภัยสำหรับเด็กอย่างไร ก็ควรทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอนะคะและควรระวังเรื่องความเปียกชื้นอันเป็นสาเหตุของเชื้อราด้วยค่ะ

4.การอ่านหนังสือผ้าให้ลูกฟัง ช่วยให้ลูกน้อยจำคำศัพท์กระตุ้นการพูด อ๊ะ!!!! อย่าคิดว่าลูกน้อยวัยเบบี๋ที่พูดไม่ได้นั้นจะไม่รู้ความนะคะ
การที่คุณพ่อคุณแม่ฝึกให้ลูกน้อยคุ้นเคยกับหนังสือ หมั่นจับลูกน้อยนั่งตักเล่าเรื่องราวในหนังสือ หรือการเล่านิทานให้ฟังก่อนนอนเป็นประจำ
สมองน้อยๆของเบบี๋จะจดจำคำศัพท์หรือเรื่องราวต่างๆมากมายเลยคะ
เมื่อถึงเวลาพูดได้ ลูกน้อยของเราจะพูดได้ไวและอาจมีคำศัพท์แปลกๆออกมาจนคุณพ่อคุณแม่สงสัยเลยหละค่ะว่าหนูน้อยจำคำเหล่านั้นมาจากไหน แถมเด็กที่อ่านหนังสือแต่เด็กจะมีทักษะในการพูดและการใช้คำที่สละสรวยกว่าเด็กที่ไม่อ่านหนังสือหรือฟังนิทานด้วยนะคะ

5.หนังสือผ้าส่งเสริมพัฒนาการ การฝึกให้ลูกน้อยรักการอ่านตั้งแต่เด็ก จะช่วยให้ลูกน้อยติดนิสัยไปจนโตเด็กที่รักการอ่านจะเป็นเด็กที่รอบรู้ และช่วยในการค้นคว้าหรือเปิดประสบการณ์ใหม่ๆได้อีกด้วยค่ะมาฝึกให้เจ้าตัวน้อยของเราเป็นหนอนหนังสือกันนะคะ

6.ช่วงเวลาของการอ่านหนังสือด้วยกัน อบอุ่นเพลิดเพลินกับความรักของพ่อแม่ ช่วงเวลาที่มีค่าที่สุดสำหรับลูกน้อยคือช่วงเวลาที่ได้ใช้เวลาร่วมกับคุณพ่อคุณแม่นั่นเองค่ะ ดังนั้นหากมีเวลาว่างอย่าลืมอุ้มลูกน้อยนั่งตักอ่านหนังสือให้ฟัง ชวนทำกิจกรรมจากหนังสือ หรือก่อนนอนนอนกอดกันเล่านิทานให้ลูกน้อยฟังนะคะ
นอกจากจะได้ประโยชน์จากเรื่องราวในหนังสือแล้ว ยังเป็นการสร้างความอบอุ่นให้กับลูกน้อยด้วยค่ะ ตรงนี้ช่วยในหลายๆด้านเลยทั้งด้านความมั่นคงทางอารมณ์ เมื่อลูกมีความสุขความมั่นคงทางอารมณ์แล้วยังมีผลต่อการพัฒนาเส้นใยในสมองของลูกน้อยอีกด้วยค่ะ

7.การอ่านหนังสือผ้าสำหรับเด็กให้ลูกฟังบ่อย ๆ ช่วยให้ลูกมีจินตนาการเป็นนักเล่าเรื่อง หนูน้อยที่ฟังนิทานมาตั้งแต่เด็ก ฝึกอ่านหรือให้คุ้นเคยกับหนังสือมาตั้งแต่ด็ก เมื่อโตขึ้นจะสามารถเล่าเรื่องราวต่างๆจากภาพได้ สามารถสร้างจินตนาการต่างๆที่เกิดจากการอ่านหนังสือได้ ตรงนั้นคุณพ่อคุณแม่สามารถกระตุ้นให้ลูกเล่าเรื่องราวหรือกระตุ้นจินตนาการลูกได้อีกทางค่ะ ซึ่งในโอกาสต่อไปทางทีมงานจะมาแนะนำเทคนิคการกระตุ้นการอ่านของลูกน้อยให้เกิดประโยชน์กันอีกทีนะคะ

8.การอ่านหนังสือช่วยฝึกความจำและสมาธิ หนูน้อยที่คุ้นเคยกับหนังสือตั้งแต่เด็ก แม้จะยังพูดไม่ได้แต่สมองของหนูน้อยจะประมวลภาพต่างๆเป็นเชิงสัญลักษณ์ เมื่อมีโอกาสจะดึงกลับมาใช้ได้ นอกจากนี้เด็กที่ชอบการอ่านหนังสือยังพบว่ามีสมาธิดีมาก ว่งผลให้สามารถทำกิจกรรมต่างๆได้เป็นอย่างดีอีกด้วยค่ะ

9.ฝึกเรียนรู้เรื่องผิวสัมผัสและพัฒนาระบบประสาท ปกติหนังสือผ้าที่ทำมาสำหรับเด็กนอกจากจะมีสีสันที่สะดุดตาแล้วภายในเล่มยังมักจะมีกิจกรรมเล็กๆน้อยๆเพื่อฝึกกล้ามเนื้อมือของลูกน้อยด้วย
และฝึกประสาทสัมผัสสำหรับน้องๆ เช่น ลักษณะพื้นผิวที่ต่างกัน เพื่อให้ลูกน้อยเรียนรู้ว่า แข็ง นุ่ม หยาบ ละเอียด เรียบ มีปุ่ม เป็นต้น หรือเป็นการฝึกการออกแรงกล้ามเนื้อมือ เช่น เปิด-ปิด รูดซิป ร้อยเชือก ติดกระดุม ดึงเข้าดึงออกเป็นต้น
ตรงนี้จุดประสงค์คือเพื่อพัฒนาประสาทสัมผัสของลูกน้อยให้สามารถแยกแยะ สิ่งต่างๆได้ ตรงนี้ได้ทั้งการสังเกตุ การทดลอง การพัฒนากล้ามเนื้อมือ และสร้างเส้นใยสมองอีกด้วยค่ะ

10.การอ่านหนังสือช่วยหนูฝึกเรียนรู้เรื่องภาษา การเป็นนักอ่าน นักฟังนิทานบ่อยๆ ตามที่เขียนไปแล้วข้างต้นว่าสมองของลูกน้อยจะจดจำคำศัพท์เอาไว้มาเลยทีเดียวค่ะ เมื่อถึงเวลาพูดจะพูดได้ดีกว่าเด็กทั่วไป รู้จักการใช้คำคล้องจอง สละสรวย กว่าเด็กอื่นค่ะ

โคเคชิ ตุ๊กตาไม้ญี่ปุ่น

โคเคชิ คือตุ๊กตาไม้โบราณที่ถือกำเนิดมาตั้งแต่ปลายสมัยเอโดะ โดยช่างไม้ผู้มากฝีมือของจังหวัดมิยะงิในสมัยนั้น ที่ทดลองทำตุ๊กตาไม้ลำตัวทรงกระบอก ไร้แขนขา และมีหัวกลมโต เพื่อขายให้แก่ชาวญี่ปุ่นที่มาอาบน้ำพุร้อนไว้เป็นของที่ระลึกหรือของฝากสำหรับลูกหลานเป็นรายได้เสริม โดยตุ๊กตาที่ผลิตในช่วงแรกๆ นั้นจะไม่มีการวาดหน้าตาหรือลวดลายเลย ทั้งยังใช้ประโยชน์โดยการใช้นวดตามร่างกายขณะอาบน้ำพุร้อนเพื่อผ่อนคลายความปวดเมื่อยได้ด้วย

ต่อมาจึงมีความเชื่อเกี่ยวกับตุ๊กตาโคเคชิว่า สามารถช่วยอำนวยพรให้เด็กๆ สุขภาพแข็งแรง ทั้งยังเป็นเครื่องราง ช่วยปกป้องบ้านจากไฟไหม้ ใช้ขับไล่ภูตผี และช่วยบันดาลให้พืชผลอุดมสมบูรณ์ ดังนั้นชาวญี่ปุ่นจึงนิยมซื้อโคเคชิเป็นของขวัญของฝากให้แก่กันและกัน เพื่อใช้สื่อถึงมิตรภาพระหว่างผู้ให้กับผู้รับนั่นเอง

โคเคฉิเคยหมดความนิยมลงไปในยุคสมัยไทโช เพราะช่วงนั้นมีของเล่นสมัยใหม่ออกมามากมาย และต่อมาเมื่อมีการตีพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับโคเคฉิเป็นครั้งแรกใน พ.ศ. 2471 ซึ่งตรงกับต้นสมัยโชวะ ก็ทำให้เกิดกระแสนิยมโคเคฉิขึ้นมาใหม่ เดี๋ยวนี้มีโคเคฉิแบบประยุกต์จำนวนมาก คือยังเป็นตุ๊กตาที่ทำจากไม้อยู่เหมือนเดิม แต่ทาสีสันสดใสฉูดฉาด หรือวาดหน้าตาแตกต่างกันออกไป รวมทั้งใช้คาแรคเตอร์ตัวการ์ตูนเรื่องต่าง ๆ มาทำด้วย

SONY DSC

ทั้งนี้การจะทำตุ๊กตาไม้โค เคชิสัก ตัว จะต้องใช้ช่างฝีมือที่มีความประณีต ในการนำไม้มากลึงให้เป็นรูปร่างตามที่ต้องการ โดยส่วนใหญ่ช่างตุ๊กตาเหล่านี้จะได้รับการฝึกจากรุ่นสู่รุ่นอยู่แล้ว จากนั้นเมื่อได้ตุ๊กตาตามที่พอใจแล้วก็จะถึงขั้นตอนของการลงสีและวาดลวดลายให้เป็นใบหน้า ทรงผม เสื้อผ้า และเครื่องประดับต่างๆ และปัจจุบันยังมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบตุ๊กตาจากของเล่นสำหรับเด็กผู้หญิง ให้กลายเป็นของตกแต่งบ้านที่มีหน้าตาสวยงามและสีสันที่คลาสสิกยิ่งขึ้น

“เป็ดยาง” สัญลักษณ์การเคลื่อนไหวทางการเมือง สือถึงอะไร

เมื่อพูดถึงของเล่น ใครจะคิดว่าสามารถเป็นการแสดงออกทางการเมืองได้ด้วย วันนี้เลยจะมาพูดถึง"เป็ดยาง"ที่หลายๆคนคงเห็นในการชุมนุมกันแล้ว แต่ก็มีหลายคนไม่รู้ว่ามันเป็นการแสดงทางการเมืองนั้นหมายความว่าอย่างไร วันนี้เรามาดูไปพร้อมกันเลย "เป็ดยางสีเหลือง" ที่ผู้ชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" นำมาทำกิจกรรมในที่ชุมนุมระหว่างวันที่ 17-18 พ.ย. ที่ผ่านมา กลายเป็นที่สนใจของสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศอย่างมาก เป็ดยางเป่าลมสีเหลืองขนาดยักษ์หลายสิบตัวปรากฏตัวในที่ชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" เป็นครั้งแรกในการชุมนุมด้านนอกรัฐสภาเมื่อวันที่ 17 พ.ย. โดยผู้จัดการชุมนุมประกาศว่าจะปิดล้อมรัฐสภาทั้งทางบก ทางน้ำและทางอากาศ เพื่อกดดันให้สมาชิกรัฐสภารับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อถึงเวลานัดหมาย ผู้ชุมนุมเริ่มลำเลียงเป็ดยางเข้าพื้นที่...
Read More

กระเป๋าใส่เหรียญสุดแปลก ดีไซน์สมจริง

เมือพูดถึงของเล่น เราก็คงคิดว่าเป็นของเล่นแบบเด็ก แต่วันนี้เรามาดูของเล่นที่ผู้ใหญ่ชอบ หรือของแปลกๆ เวลาหยิบเอาขึ้นมาใช้คงเขินๆ หน่อย เพราะรูปทรงมันใช่เลย กระเป๋าใส่เหรียญ ดีไซน์สมจริง ที่มองแล้วอดคิดไม่ได้ว่ามันเป็นของเล่นผู้ใหญ่ รูปทรงช่างดูคุ้นตาจริงๆ สำหรับกระเป๋าใส่เหรียญที่ออกแบบโดยศิลปินจากประเทศญี่ปุ่น ที่ทำออกมาแล้วถึงกับต้องมองให้ชัดๆ เลยว่า มันคือกระเป๋าใส่เหรียญจริงๆ ไม่ใช่ของเล่นผู้ใหญ่ที่เราคุ้นเคย
Read More

โมเดลรถเหล็กยอดนิยม ที่เป็นมากกว่าแค่ของเล่น

เมือพูดถึงคำว่า ของเล่น บ้างคนก็คงไม่คิดอะไร หรือคิดว่าเป็นสิ่งที่ไร้สาระ แต่สำหรับนักสะสมรถโมเดลเหล้กแล้วละก็ นับเป็นหนึ่งในของเล่นที่ผู้ชายต่างรู้จักกันดี โดยผู้ชายส่วนใหญ่ต้องเคยได้สัมผัสและเล่นกัน ซึ่งในวันนี้โมเดลรถเหล็กของเล่นไม่ได้เป็นเพียงแค่ของเล่นสำหรับเด็กๆ หลักสิบขวบแล้วเท่านั้น โมเดลรถเหล็กได้กลายเป็นหนึ่งในของสะสมที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ไม่ได้ถูกจำกัดเพียงเฉพาะสำหรับเด็กๆ เล่นอีกต่อไป 1.Tomica แบรนด์โมเดลรถเหล็กจากญี่ปุ่นที่มีประวัติมาอย่างยาวนาน เริ่มต้นในปี 1970 โดยทาง Tomica ได้มุ่งผลิตรถของเล่นที่แตกต่างในตลาด มีการจำลองรถคันจริงที่ผลิตในญี่ปุ่น...
Read More

ตำนานตุ๊กตาผี ที่มีอยู่จริง

ตุ๊กตา หนึ่งในสิ่งของที่เด็กๆ ทั่วโลกรู้จักและอยากเป็นเจ้าของกัน เอาไว้เป็นเพื่อนคลายเหงาทั้งยามหลับหรือยามตื่น แต่ใครจะไปคิดว่าของที่ดูไม่มีพิษภัยอย่างนี้จะกลายมาเป็นที่สถิตของวิญญาณร้าย กลายเป็น ตุ๊กตาผี ไปโดยปริยาย หลายคนอาจไม่เชื่อเพราะคิดว่าคงเป็นแค่เรื่องแต่ง เอาไว้สร้างหนังหลอกคนกลัวผีเฉยๆ แต่กลายเป็นว่าเรื่องพวกนี้ล้วนเอามาจากเรื่องที่เคยเกิดขึ้นจริงด้วย ตุ๊กตาผี แอนนาเบลล์ (Annabelle)   ตุ๊กตาผีสิงที่น่าจะโด่งดังที่สุดในโลกแล้ว แม้หน้าตาจะดูน่ารักน่าชังต่างจากที่เห็นในหนัง แต่ก่อนจะถูกนำไปเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ของครอบครัววอร์เรน มันก็ก่อเรื่องไว้ไม่น้อยเหมือนกัน ก่อนหน้านี้มันอยู่กับนักศึกษาวิชาพยาบาลชื่อว่า ดอนน่า และเพื่อนร่วมห้อง แองจี้...
Read More

LEGO: แบรนด์ใหญ่ ที่ครองใจ เด็กและผู้ใหญ่

สำหรับของเล่นที่เราจะมาทำความรู้จักในวันนี้ เป็นของเล่นแบรนด์ดังที่ ใครก็มีไว้คอบครอง Lego ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1949 โดย Ole Kirk Christiansen ช่างไม้ชาวเดนมาร์กซึ่งหันมาผลิตของเล่นจากไม้หลังเห็นว่าของเล่นขนาดเล็กที่ทำจากเศษไม้ที่เหลือจากงานรับสร้างบ้าน และเครื่องเรือนเริ่มขายดี ซึ่งยังเป็นสาเหตุว่าทำไมตัวต่อของ Legoจึงทำจากไม้มากกว่าพลาสติก Legoก็ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจ โดยตั้งเป้าสู้กับแบรนด์ของเล่นดังที่มีสินค้าหลากหลายกว่า อย่าง HasBro และ Mattel...
Read More

Toys R Us” ร้านขายของเล่นผีสิง

เมื่อกล่าวถึงร้านขายของเล่น สำหรับเด็กทุกคนย่อมต้องคิดถึงสถานที่ ที่เต็มไปด้วยความสุข สนุกสนาน มีของเล่น และขนมสีสันหลากหลายเรียงรายให้เลือกสรรอัดแน่นอยู่เต็มชั้นวาง แต่ร้านขายของเล่นแห่งหนึ่งในซีกโลกฝั่งตะวันตก ถึงแม้ภายนอกจะดูเหมือนกับร้านขายของเล่นธรรมดา แต่ภายในกลับอัดแน่นไปด้วยเรื่องราวสุดลี้ลับ ชนิดที่ว่ากลบกลิ่นไอของความสุขสนุกสนานไปเสียเกือบมิดเลยทีเดียว ร้านขายของเล่น Toys R Us เปิดอย่างยาวนานมาตั้งแต่ปี 1971 ตั้งอยู่ในซันนีเวล แคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา มีเสียงเล่าลือถึงปรากฏการณ์ผีสิงขึ้นบ่อยครั้ง จนแทบจะกลายเป็นเรื่องธรรมดา พนักงานของร้าน...
Read More

มาทำความรู้จักตุ๊กตา Lumi doll สาวน้อยตาโต แก้มป่อง

Lumi doll เป็นตุ๊กตาอีกรุ่นของ Ball Jointed Dolls หรือตุ๊กตาแบบที่มีข้อต่อที่ขยับได้หลายท่า เป็นตุ๊กตาสัญชาติเกาหลี ผลิตโดยบริษัท Latidoll อาจแตกต่างจากตุ๊กตาทั่วไปตรงที่ไม่ได้ทำมาจากพลาสติก แต่ทำจากวัสดุโพลียูรีเทน (Polyurethane) ซึ่งมีความทนทาน ความยืดหยุ่น เนื้อของตุ๊กตาจะคล้ายๆ กับเรซิ่นเกรดดี มีความเงางามในตัว แลดูเสมือนคนจริงๆ ที่สำคัญใช้แรงงานคนในการผลิต เพราะมีข้อต่อเยอะ...
Read More

กันดั้ม ของเล่นที่คลองใจผู้ใหญ่และเด็ก

กันดั้ม  เป็นซีรีส์แอนิเมชั่นญี่ปุ่นเกี่ยวกับหุ่นยนต์ต่อสู้ขนาดยักษ์ สร้างโดยบริษัทซันไรส์ Sunrise (company) กันดั้มนับเป็นอนิเมะซีรีส์แรกซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มการ์ตูนหุ่นยนต์แนวเรียลโรบ็อท มีการสร้างภาคต่อและภาคใหม่มาจนถึงปัจจุบัน และในบางตอนของกันดั้มหลายๆซีรีส์ ซันไรส์ได้สร้างใหม่หรือสร้างเพิ่มเติมแบบขยายความจากเนื้อเรื่องเดิมในรูปแบบ คอมพิวเตอร์กราฟิกส์และสร้างเป็นของเล่นโทเดล โดยรวมกันในชื่อ Gundam Evolve ออกมา สำหรับคำว่า กันดั้ม เป็นคำเรียกรวม ๆ ของซีรีส์สองกลุ่มคือ กลุ่มที่ใช้ระบบปฏิทินแบบ Universal Century เช่น โมบิลสูทกันดั้ม และกลุ่มจักรวาลคู่ขนานอื่นๆ เช่น กันดั้มวิง กันดั้มเอกซ์ หรือ กันดั้มซี้ด นอกจากนั้นยังมีเรื่องชุดเอสดีกันดั้ม SD Gundam ซึ่งเอสดีเป็นตัวย่อมาจากคำว่าซูเปอร์ดีฟอร์ม ภาคแรกๆของเอสดีกันดั้มนี้มีเนื้อหาที่เป็นแนวตลกขบขันและล้อเลียนเนื้อหาของภาคหลัก ผู้กำกับและเขียนบทกันดั้มภาคแรกๆ คือ โทะมิโนะ...
Read More

เคโรโระ ขบวนการอ๊บอ๊บป่วนโลก ขวัญเด็กยุค 90

เคโรโระ ถือว่าเป็นการ์ตูนที่โดงดังในยุคของเด็ก 90 เป็นอย่างมาก จนมีการผลิตเป็นของเล่น โมเดลออกมาขาย และออกมาในรูปแบบบ้าง ออกมาในครั้งไหนก็ขายดีทุกครั้ง กองทัพเคโรน (ЯOЖOR) ได้เตรียมการยึดครองโลกมนุษย์ด้วยกำลังทหารแต่ในปฏิบัติการวันแรก สิบโทเคโรโระซึ่งเป็นหัวหน้ากองร้อยเคโรโระที่เข้ามาแทรกซึมบนโลกเป็นแนวหน้าได้ถูกพี่น้องฮินาตะจับตัวได้โดยบังเอิญ เมื่อกองทัพหลักทราบเรื่องจึงถอยทัพกลับ และสั่งให้พวกเคโรโระปฏิบัติการยึดครองโลกไปตามลำพัง พวกเคโรโระได้ดำเนินการสารพัดวิธี เพื่อหาทางยึดครองเพโคปอง (ชื่อดาวโลกที่มนุษย์ต่างดาวในเรื่องเรียก ในฉบับอนิเมะเปลี่ยนชื่อมาเป็นเพโคปอง) แม้ว่าทุกครั้งจะประสบความล้มเหลวเพราะนิสัยของตัวเคโรโระเองก็ตาม ขณะเดียวกันก็ต้องปกป้องโลกจากอันตราย...
Read More

ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน

สำหรับการ์ตูนชื่อดังและมีความนิยมสูง ไม่ว่าจะออกมาเป็น การ์ตูนที่ฉายตามช่อง หรือเป็ฯหนังสือการ์ตูน ก็ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย จนออกมาเป็นโมเดล์ของเล่น ก็มียอดนักสะสม สะสมเก็บไว้มากมาย นั้นก็คือ การ์ตูนหรือ โคนัน นั้นเอง ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เป็น การ์ตูนญี่ปุ่น เรื่องยาวแนวสืบสวนสอบสวน เรื่องและภาพโดย อาโอยาม่า โกโช ซึ่งตีพิมพ์บน นิตยสารรายสัปดาห์โชเน็งซันเดย์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 โดยถูกตีพิมพ์ในหลายภาษาด้วยกัน นอกจากยอดนักสืบจิ๋วโคนันจะได้รับการตีพิมพ์เป็นหนังสือการ์ตูนแล้ว ยังได้มีการนำมาดัดแปลงทำเป็นการ์ตูนซีรีส์โทรทัศน์โดยแอนิเมชันสตูดิโอโตเกียวมูฟวี่ชินชะ (โดยปัจจุบันรู้จักกันในชื่อของทีเอมเอส...
Read More